ศิลปิน
ศิลปินของเรา

อาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์
หนึ่งในศิลปินผู้ทรงอิทธิพลที่สุดของไทยในยุคปัจจุบัน ด้วยฝีมือที่ประณีตและวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล ท่านได้หลอมรวมศิลปะพุทธแบบดั้งเดิมเข้ากับแนวทางการแสดงออกสมัยใหม่ เกิดเป็นภาษาทางศิลปะที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว และสามารถสื่อสารข้ามกาลเวลาและวัฒนธรรมได้อย่างลึกซึ้ง
ในปี พ.ศ. 2554 ท่านได้รับการยกย่องให้เป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) นับเป็นเกียรติยศสูงสุดที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นอันยาวนานในการอุทิศตนเพื่อศิลปะและประเทศชาติ
ผลงานชิ้นเอกที่เป็นที่รู้จักไปทั่วโลกของท่าน คือ วัดร่องขุ่น หรือ The White Temple ซึ่งเปรียบเสมือนบทกวีที่มีชีวิต สะท้อนถึงความเสียสละ วิริยะ และจิตวิญญาณแห่งการอุทิศตนของท่านอย่างแท้จริง ตลอดเวลากว่า 20 ปี อาจารย์เฉลิมชัยได้ทุ่มเททั้งแรงกาย แรงใจ และทรัพย์ส่วนตัว เพื่อรังสรรค์วัดแห่งนี้ให้เป็นเครื่องสักการะต่อพระพุทธศาสนา และเป็นของขวัญแด่ชาวโลก
นอกจากผลงานทางศิลปะอันยิ่งใหญ่แล้ว อาจารย์เฉลิมชัยยังมีบทบาทสำคัญในฐานะผู้พิทักษ์และส่งเสริมวัฒนธรรมไทย ท่านได้ทำหน้าที่เป็นครูและผู้ชี้แนะแนวทางให้แก่ศิลปินรุ่นใหม่ เพื่อให้ "จิตวิญญาณแห่งศิลปะไทย" ยังคงเบ่งบานและดำรงอยู่ต่อไปในอนาคต

อาจารย์ทรงเดช ทิพย์ทอง
ศิลปินพุทธศิลป์ผู้ทรงคุณวุฒิจากจังหวัดเชียงราย และผู้ก่อตั้งหอศิลป์ทรงเดช ทิพย์ทอง มีผลงานโดดเด่นในระดับชาติและนานาชาติ อาทิ พระพุทธราชสวัสดิ์มงคล พระพุทธรูปศิลปะร่วมสมัยที่สร้างร่วมกับอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ และผลงานศิลปะจัดวาง “ที่พึ่ง” ซึ่งจัดแสดงในงาน Thailand Biennale, Chiang Rai 2023 เวทีศิลปะนานาชาติที่รวมศิลปินจากทั่วโลก
ในปี พ.ศ. 2567 ท่านได้รับพระราชทาน รางวัล “เสาเสมาธรรมจักร” จากกรมการศาสนา กระทรวงวัฒนธรรม ซึ่งเป็นเกียรติสูงสุดสำหรับผู้ทำคุณประโยชน์แก่พระพุทธศาสนา สะท้อนถึงบทบาทของอาจารย์ในการส่งเสริมศิลปะเชิงจิตวิญญาณ และเป็นแรงบันดาลใจต่อศิลปินรุ่นใหม่ทั่วประเทศ.